«

»

ก.ค. 23

10 ข้อจำกัดที่ควรการเตรียมพร้อมก่อนทำ Email Marketing

10 ข้อจำกัดที่ควรการเตรียมพร้อมก่อนทำ Email Marketing

Email Marketing Digital Marketingชิ้นสำคัญที่สามารถเพิ่ม return rate ให้กับร้านค้าของคุณ แต่การที่จะเพิ่ม Email Marketing ให้มีสำเร็จนั้นซับซ้อน ต้องอาศัยการวางแผนอย่างดีในการใช้สิ่งประดิษฐ์จัดการไปจนถึงวินิจฉัย ตรวจสอบการโฆษณาเผยแพร่ที่เพิ่ม ทำให้มีรายละเอียดหลายๆจุดมักจะถูกตัดออกไป เกิดเป็นข้อเสียหายที่ Email Marketing มีข้อบกพร่อง

 

เพื่อเห็นผลสูงสุดในการจัดการ Email Marketing  และปิดช่องโหว่ที่ทำให้คุณต้องได้รับความเสียหาย เราจะมาดู 10 ข้อควการดูแลก่อนสร้างEmail Marketing กัน!

1.เนื้อหาไม่มีความน่าดึงดูดใจ ไม่ใส่ คลิ๊ก

ถ้าคุณสร้างแคมเปญอีเมล แต่ไม่บอกให้คนรับรู้ว่าต้องทำอย่างไรกับข้อมูลที่คุณส่งมา อีเมลของคุณที่ส่งไปนั้นก็จะไม่ได้ผล เสียทั้งเวลาและโอกาสในการสร้างลูกค้าที่เป็นที่หมาย เช่นนั้นสิ่งที่คุณน่าจะทำคือ ใส่ข้อความที่โน้วน้าวใจภายในเนื้อหาอีเมล พร้อมกับคำที่ช่วยปลุกให้ผู้อ่านเกิดการตกลงใจ (Call to Action) อาจจะเริ่มต้นจากการตั้งข้อสงสัยกับตัวเองง่ายๆว่า คุณมีที่หมาย ปรารถนาให้สมาชิกทำอะไรกับอีเมลการตลาดที่คุณส่งไป เช่น ต้องการเชิญชวนให้รู้จักbrandของคุณ ก็แนบลิงค์ให้ผู้อ่านประกบไปยังหน้าเว็บไซต์ เป็นต้น

 

2.ไม่แบ่งกลุ่มรายชื่อผู้รับอีเมล

ถ้าคุณไม่แบ่งกลุ่มรายชื่ออีเมลคนรับให้ดี จะส่งผลให้คุณส่งอีเมลคิดผิดไปยังผู้รับได้ง่าย สิ่งที่ควรทำก่อนส่งอีเมลส่วนบุคคลที่มีเยอะ คือ คัดเซตลูกค้า ตามลำดับความสำคัญหรือความถี่ในการใช้บริการ เช่น ลูกค้าที่เป็นสมาชิกที่ใช้บริการของคุณมากกว่าที่อื่นๆ ผู้รับบริการที่พึ่งเริ่มต้นใช้บริการ หรือลูกค้าเก่าที่ใช้บริการประจำ เป็นต้น การจัดการแบบนี้จะทำให้ contentอีเมลที่มีความเฉพาะเจาะจงสัมพันธ์กันกับความน่าตื่นเต้นของผู้รับบริการ และสามารลงรายละเอียดพูดคุยได้มากขึ้น นับเป็นการเพิ่มการตกลงใจอีกทางหนึ่งเช่นกัน

3.เขียนเนื้อหาที่ไม่ชัดเจนกับความสนใจของกลุ่มจุดมุ่งหมาย

Email Marketing ของคุณ โฟกัสไปที่ผู้อ่านหรือโฟกัสไปที่ผู้ให้บริการเพียงอย่างเดียว? ถ้าหากคำตอบในใจคืออย่างที่สอง คุณกำลังทำคิดผิดทางด้านการตลาดสุดๆ เพราะคุณกำลังละเลยความต้องการของผู้รับบริการผู้รับสาร และนี่คือปัญหาใหญ่ เนื่องจากผู้ซื้อจะเมินเฉยสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง คนซื้อต้องการได้ยินแค่เพียงเนื้อหาที่ให้อะไรกับพวกเขา ถ้าถ้าหากไม่มีอะไรที่น่าชักชวน แน่นอนว่าอีเมลของคุณจะเกิดการเมินเฉย

4.ไม่เลือกใช้ Email Automation ตามพฤติกรรมของผู้ใช้

Email Automation เป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ทำ Email Marketing ที่มีเห็นผลสูงสุด ช่วยให้คุณมีส่วนร่วมกับผู้ซื้อ ในช่วงเวลาอันพอเหมาะ ตามการกระทำการใช้งานของผู้ซื้อ เช่น หากคุณต้องการส่งอีเมล เพื่อต้อนรับผู้ซื้อสมาชิกใหม่ คุณสามารถสร้างcampaignอีเมล โดยกำหนดมาเพื่อแนะนำเว็บไซต์ หรือสินค้าของคุณ ซึ่ง}การโฆษณาเผยแพร่อีเมลที่เพิ่มขึ้นมีความจำกัดจะถูกเรียกใช้เมื่อมีผู้ซื้อต้องการเข้ามาเป็นผู้รับบริการใหม่ในฐานรายชื่ออีเมลคุณ

คุณสามารถที่จะเพิ่มcampaignอีเมลอัตโนมัติโดย Journey Builder โดยระบุค่าให้ตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ หากยูสเซอร์บรรลุเกณฑ์เหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะเป็นผู้รับบริการของเรา อีเมลที่กำหนดจุดมุ่งหมายแบบส่วนบุคคลเอาไว้ก็จะถูกส่งไปในเวลาที่แน่นอน ช่วยลดขนาดงานและยังเป็นการประหยัดเวลาในการทำงานอีกด้วย มิหนำซ้ำ Journey Builder ยังเหมาะในการสร้างฐานลูกค้า สร้างการรับรู้ของแบรนด์สินค้าและปรับการตลาดให้สมควรพอดีกับความต้องการของเจ้าของธุรกิจอีกด้วย

5.สร้าง Subject Name หรือ หัวเรื่องอีเมลไม่มีความเชิญชวนน่าตื่นเต้น

ถ้าหากคุณเพิกเฉยหัวเรื่องที่อาจเป็นเพียงข้อความสั้นๆ จะมีผลให้ Email Marketing ของคุณนั้นถูกเมินเฉยได้ง่ายๆ เพราะหัวเรื่อง เป็นใจความสำคัญ ที่จะจูงใจให้ผู้รับเปิดอ่านข้อความในเวลาที่เราส่งไปในอีเมล เมื่อหัวข้อใหญ่ของคุณไม่น่าตื่นเต้นมากพอที่จะเปิดอ่าน อีเมลของคุณที่ตั้งใจส่งไปก็จะสูญเปล่า ถูกดองค้างไว้แม้ว่าภายในมีประเด็นสำคัญมากแค่ไหนก็ตาม ทำให้สูญเสียการใช้จ่าย และยังเสียเวลาอีกด้วย ทางที่ดีแนะนำให้ตั้งหัวเรื่องเปิดมาให้โดนใจผู้อ่าน เพื่อให้อีเมลที่ส่งไปถูกเปิดอ่านในทันที

กลเม็ดการเพิ่มหัวข้อใหญ่อีเมล:

ทำข้อความให้สั้นได้ใจความ และน่าสนใจ

ลบคำฟุ่มเฟือยออก

ใช้คำหลักที่สำคัญและดึงดูดเริ่มต้นประโยค

ใจความชัดเจนและเรียบง่าย

6.ไม่สนใจรูปแบบที่จะแสดงผลบนหน้าจอมือถือ

เป็นที่ทราบกันดีว่ามือถือเป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนมีติดตัว คนส่วนใหญ่ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือมากกว่าเดสก์ท็อปและแท็บเล็ต  หากคุณมองผ่านรายละเอียดที่เป็นจุดสำคัญอย่างการแสดงผลบนแพลตฟอร์มต่างๆ จะทำให้ Email Marketing ของคุณไม่รองรับการแสดงผลบนหน้าจอมือถือ เมื่อแสดงผลได้ไม่ดี ผู้รับสารไม่สามารถเข้าถึงหรือมองเห็นอีเมลของคุณได้ชัดเจน มีโอกาสที่อีเมลที่ส่งไปจะถูกโยนเข้าขยะหรือ ไม่ถูกเปิดอ่านในฉบับต่อๆไปในอนาคต

7.ไม่ใส่ Alt ในภาพ

มีผู้ใช้อีเมลเป็นจำนวนมากที่การแสดงภาพบนหน้าจอมือถือถูกปิดกั้น ซึ่งหมายความว่าภาพจะไม่โหลดปรากฎขึ้นมาบนหน้าจอ ถ้าอีเมลของคุณคือภาพทั้งหมดที่ไม่มีข้อความ ผู้ใช้ที่ถูกปิดกั้นจะไม่สามารถมองเห็นสารที่คุณส่งมาได้เลย

นอกจากนี้ยังมีกรณีบางครั้งที่ การเชื่อมโยงภาพถูกแตกออก การเพิ่ม alt รูปภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำทุกครั้งสำหรับการสร้างcampaignอีเมล

8.ไม่มีการวางกลยุทธ์ในการส่งอีเมล

คำนึงถึงความต้องการของผู้รับบริการเสมอ ควรเสนอตัวเลือกที่ตอบสนองความต้องการของพวกเขา ยกตัวอย่าง หลายๆสินค้ามีศูนย์กลางการตั้งค่าสำหรับผู้รับบริการที่เป็นสมาชิกกับเรา โดยให้ผู้ซื้อสามารถที่จะกำหนดตั้งค่าความถี่ในการรับอีเมลได้ ทางสินค้าผู้ส่งอีเมลก็สามารถเก็บข้อมูลในส่วนนี้ และแบ่งรายชื่อออกมาจัดเป็นกลุ่ม ใช้ระบบอัตโนมัติในการติดตามผล ส่งอีเมลตามความถี่ที่ลูกค้ากำหนดการตั้งค่าเอาไว้

9.ไม่จัดการหรืออัปเดตรายชื่ออีเมล

รายชื่อผู้รับที่มากไม่ได้สำคัญเท่ากับ จำนวนคนที่เป็นสมาชิกและให้ความสนใจกับสินค้า บริการอย่างแท้จริง รวมไปถึงต้องการมีส่วนร่วมกับbrand  ถ้าถ้ารายชื่อที่มากขึ้นแต่สวนทางกับจำนวนผู้ใช้งาน ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ ตัดรายการ ลบรายชื่อผู้ที่ไม่ได้สนใจหรือมีส่วนร่วมกับอีเมล จะช่วยให้จับกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นแฟนตัวจริงของbrandได้ตรงจุด ทั้งยังช่วยให้เครื่องมือมีเห็นผลมากขึ้นในการทำ Email Marketing

10.ไม่ทดสอบ A/B testing ก่อนส่งอีเมล

การทดสอบอีเมลเป็นวิธีที่จะช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความชอบของผู้รับอีเมล เมื่อคุณจับจุดได้ว่าเนื้อหา ข้อความ รูปภาพ และ Call to action แบบไหนที่ผู้รับสนใจ คุณก็จะสามารถใช้ข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงแก้ไข การทำ Email Marketing ต่อไปในอนาคต เพื่อประสิทธิผลสูงสุดในการส่งอีเมลการตลาดให้มีความน่าสนใจและไม่ถูกเมินเฉยนั่นเอง

ใส่ความเห็น