«

»

ก.ค. 08

ปัจจัยขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานระบบ data center

ความต้องการทางธุรกิจในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายและการประหยัดพลังงานขององค์กรเป็นปัจจัยหลักหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานระบบ data center ในองค์กรต่างๆ ซึ่งความต้องการดังกล่าวแตกย่อยออกมาได้เป็น เรื่องของการลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการระบบ ลดจำนวนบุคลากรที่ดูแลระบบ เพื่อที่จะได้ใช้บุคลากรที่มีให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ลดต้นทุนในการบริหารจัดการ ลดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายในการเพิ่มเติมระบบในอนาคต ขณะเดียวกันความต้องการทางธุรกิจก็เป็นตัวผลักดันให้เกิดปริมาณข้อมูลที่มากขึ้น ด้วยรูปแบบข้อมูลที่หลากหลายขึ้น ทั้งภาพนิ่ง วิดีโอ เสียง ส่งผลให้การจราจรข้อมูลหนาแน่นมากขึ้นไปด้วย ที่สำคัญข้อมูลบางชนิดสำหรับงานบางประเภทไม่สามารถยอมรับการเสียหายและสูญหายของข้อมูลได้แม้แต่น้อย

ทั้งนี้ เทคโนโลยีของโครงสร้างพื้นฐานระบบ data center ที่มีอยู่แต่ละแบบนั้น มีความสามารถตอบสนองต่อการสูญเสียข้อมูลต่างกัน เช่น บางเทคโนโลยีสามารถกู้การสูญเสียข้อมูลได้ด้วยการเรียกขอให้ส่งข้อมูลที่สูญเสียไปมาใหม่อีกครั้ง แต่บางเทคโนโลยีไม่สามารถทำได้จึงถูกออกแบบมาให้รับรองความสำเร็จในการส่งผ่านข้อมูลแบบ 100% เป็นต้น ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีเหมาะสมกับงานที่ต่างกันไป นอกจากนี้ในงานแต่ละประเภทก็มีความต้องการสภาพการจราจรข้อมูลแตกต่างกันไปเช่นกัน เช่น ไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์-เซิร์ฟเวอร์ ต้องการสภาพการจราจรที่สั้นแต่ใช้ทรัพยากรมาก แบบเซิร์ฟเวอร์-สตอเรจหรือสตอเรจล้วนจะต้องการสภาพการจราจรที่คงที่แต่ยาวนาน ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐาน data center ที่ดีและสามารถตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้จะต้องยืดหยุ่น มีความอัจฉริยะที่จะค้นพบและตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในความต้องการของงานแต่ละประเภทบนเน็ตเวิร์กนั้นๆ

data center ethernet ทางเลือกใหม่รองรับอนาคต

ในปัจจุบันหากพิจารณาแล้วเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตเป็นคำตอบและตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะตอบโจทย์ทั้งหมดได้ ด้วยความที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีสถาปัตยกรรมไม่ซับซ้อน และเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่รู้จักและเข้าใจกันอย่างกว้างขวางของนักพัฒนาระบบเครือข่ายและผู้ดูแลระบบ นอกจากนี้ด้วยคุณสมบัติมาตรฐานความเร็วในการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเป็น 10Gbps อีกทั้งกำลังจะพัฒนาไปสู่ 40Gbps และ 100Gbps ในอนาคตอันใกล้ ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น เพราะทำให้อีเธอร์เน็ตเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีต้นทุนต่อความเร็วต่ำที่สุดในปัจจุบัน

ดังนั้นจึงเป็นที่มาของแนวคิดการนำเทคโนโลยี ethernet มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมด หรือรองรับงานทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับระบบดาต้าเซ็นเตอร์ เกิดเป็นแนวความคิด data center ethernet หรือดีซีอี (Data Center Ethernet, DCE) ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในรองรับกับงานหลากหลายมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์อีเธอร์เน็ตจึงจำเป็นต้องมีความสามารถที่เปลี่ยนไปคือ ความสามารถในการรองรับการเข้าออกของข้อมูลบนโครงสร้างที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ความสามารถในการรักษาคุณภาพการจราจรข้อมูลและให้การรับประกันได้ว่าข้อมูลจะไม่สูญหาย และสุดท้ายคือการแยกส่งข้อมูลไปบนหลายเส้นทางโดยการทำมัลติแพทชิ่ง (Multipathing) ที่ระดับเลเยอร์ 2 ของระบบเน็ตเวิร์ก